ความอดทนกับการถือศีลอด

เดือนร่อมะฎอนยังมีอีกชื่อหนึ่ง ที่ถูกเรียกว่า “เดือนแห่งความอดทน” ซึ่งความอดทนนั้นเป็นตำแหน่งหรือระดับของจิตใจที่มีความสูงส่ง เพราะความอดทนนั้น เป็นความรู้สึกยังยั้งชั่งใจหรือระงับจิตใจให้พ้นจากสิ่งที่อารมณ์ใฝ่ต่ำปรารถนา ซึ่งทำให้หัวใจของผู้ศรัทธามีความรักและผูกพันกับอัลเลาะฮ์ตะอาลามากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ท่านนะบีย์ มุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

مَنْ سَرَّهُ أَنْ يَذْهَبَ كَثِيرٌ مِنْ وَحَرِ صَدْرِهِ فَلْيَصُمْ شَهْرَ الصَّبْرِ

“ผู้ใดมีความยินดีอยากจะให้ความสงสัยลังเลอันมากมายออกจากหัวอกของเขานั้น เขาก็จงถือศีลอดในเดือนแห่งความอดทนเถิด” รายงานโดยอะห์มัด หะดีษลำดับที่ 20234.

ดังนั้นความอดทนจึงเป็นคุณลักษณะทางจิตใจอันมีเกียรติของผู้ถือศีลอด และความอดทนเป็น(อิบาดะฮ์ก็อลบียะฮ์)อิบาดะฮ์ภายในหัวใจที่ประเมินผลการตอบแทนมิได้ ด้วยเหตุนี้อัลเลาะฮ์ตะอาลาจึงให้ความสำคัญกับอิบาดะฮ์ของหัวใจเป็นอันดับแรก และรองลงมาก็คืออิบาดะฮ์ที่ปฏิบัติทางร่างกาย

ท่านมุสลิมได้รายงานฮะดีษถึงท่านอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ความว่า

قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِنَّ اللَّهَ لَا يَنْظُرُ إِلَى صُوَرِكُمْ وَأَمْوَالِكُمْ وَلَكِنْ يَنْظُرُ إِلَى قُلُوبِكُمْ وَأَعْمَالِكُمْ

“ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า แท้จริงอัลเลาะฮ์ไม่ทรงมองที่รูปลักษณ์และทรัพย์สมบัติของพวกท่าน แต่พระองค์จะทรงมองที่บรรดาหัวใจของพวกท่าน(แล้วท่านนะบีย์ ก็ใช้นิ้วชี้มาที่หน้าอก)และทรงมองที่บรรดาการปฏิบัติของพวกท่าน” รายงานโดยมุสลิม, หะดีษเลขที่ 2564.

ดังนั้นอิบาดะฮ์ที่แสดงออกทางหัวใจนั้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เป็นอิบาดะฮ์ที่อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงมองเป็นพิเศษ เช่น หัวใจมีการริฎอ(ยินดี)ต่ออัลเลาะฮ์เมื่อพระองค์ทรงทดสอบ หัวใจมีความอิคลาศ และมีความอดทน เป็นต้น ฉะนั้นการปฏิบัติอิบาดะฮ์ใดก็ตามที่ทำพร้อมกับหัวใจหรือด้วยกับหัวใจ แน่นอนว่าเป็นอิบาดะฮ์ที่มีความสมบูรณ์และประเมินคุณค่าไม่ได้นอกจากอัลเลาะฮ์ตะอาลาเพียงองค์เดียวเท่านั้น

ท่านผู้อ่านลองกลับมาพิจารณาในเดือนร่อมะฎอน ว่ามีอะไรบ้างที่เราจะต้องมีหัวใจที่อดทน

1. อดทนปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮ์ในช่วงเดือนร่อมะฎอนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากช่วงเดือนร่อมะฎอนนั้น เป็นช่วงเวลาที่จำกัด ในหนึ่งปีมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และบางครั้งในปีถัดไปเราอาจจะจากโลกนี้ไปแล้วก็ได้ หรืออาจจะยังมีชีวิตอยู่แต่อยู่ในสภาพที่เจ็บไข้ได้ป่วย หรืออาจจะมีชีวิตอยู่แต่อีหม่านกลับอ่อนแอลงไปก็ได้ ดังนั้นท่านจงอดทนการปฏิบัติอะมัลอิบาดะฮ์ในเดือนนี้ โดยเฉพาะในช่วงสิบคืนสุดท้ายของร่อมะฎอน

2. อดทนต่อความอิคลาศต่ออัลเลาะฮ์ตะอาลา

ท่านอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ได้รายงานว่า

أَنَّ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ مَنْ صَامَ رَمَضَانَ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ وَمَنْ قَامَ لَيْلَةَ الْقَدْرِ إِيمَانًا وَاحْتِسَابًا غُفِرَ لَهُ مَا تَقَدَّمَ مِنْ ذَنْبِهِ

“แท้จริงท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ผู้ใดถือศีลอดเดือนร่อมะฎอนโดยมีอีหม่านและมุ่งแสวงหาความโปรดปรานความเมตตาจากอัลเลาะฮ์ เขาจะถูกอภัยโทษให้ซึ่งบาปที่ผ่านพ้นมาก่อนหน้านี้ และผู้ใดที่ละหมาดคืนลัยละตุลก็อดรฺ โดยมีอีหม่านและมุ่งแสวงหาความโปรดปรานความเมตตาจากอัลเลาะฮ์ เลาะฮ์ เขาจะถูกอภัยโทษให้ซึ่งบาปที่ผ่านพ้นมาก่อนหน้านี้” รายงานโดยอัลบุคอรีย์, หะดีษเลขที่ 37, และรายงานโดยมุสลิม, หะดีษเลขที่ 1268.

ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ชี้นำแก่เราว่า การถือศีลอดและการละหมาดยามค่ำคืนของเดือนร่อมะฎอนั้น ต้องทำด้วยจิตใจที่อีหม่าน หมายถึง จิตใจที่มีความรู้สึกบริสุทธิ์ใจ ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์อย่างหมดใจ มีความหวัง และเชื่อมั่นในสัญญาของพระองค์ที่จะทรงอภัยโทษให้และจะทรงตอบแทนอย่างคณานับมิได้ และต้องมีจิตใจที่รู้สึกถึงความปรารถนาในความโปรดปรานและความเมตตาของอัลเลาะฮ์ตะอาลา ดังนั้นความรู้สึกทางจิตใจเช่นนี้ ถือว่าเป็นซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ระดับสุงที่ระบุเอาไว้ในฮะดีษ ซึ่งบางทีเราอาจจะลืมถึงความรู้สึกของจิตใจเช่นนี้ ดังนั้นความรู้สึกอีหม่านและปรารถนาในความโปรดปรานของอัลเลาะฮ์นั้น จะต้องใช้ความอดทนในการให้ความรู้สึกนี้คงอยู่อย่างสม่ำเสมอ

3. อดทนในการถือศีลอดให้สมบูรณ์

ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

وَإِذَا كَانَ يَوْمُ صَوْمِ أَحَدِكُمْ فَلَا يَرْفُثْ وَلَا يَصْخَبْ فَإِنْ سَابَّهُ أَحَدٌ أَوْ قَاتَلَهُ فَلْيَقُلْ إِنِّي امْرُؤٌ صَائِمٌ

“เมื่อวันถือศีลอดของคนหนึ่งจากพวกท่านมาถึง ดังนั้นเขาก็อย่าพูดจาหยาบคาย(น่ารังเกียจ) และพูดตะโกน(โวยวาย) ดังนั้นถ้าหากมีคนหนึ่งมาด่าทอเขาหรือโต้เถียงกับเขา เขาก็จงกล่าวว่า แท้จริงฉันนั้นเป็นผู้ที่ถือศีลอด” รายงานโดยอัลบุคอรีย์, หะดีษเลขที่ 1904.

ดังนั้นผู้ที่ถือศีลอด ต้องมีความอดทนในการยับยั้งจิตใจจากการกระทำสิ่งที่ฮะรอม ยับยั้งพฤติกรรมที่น่ารังเกียจทั้งหลาย เพื่อให้เกียรติการถือศีลอดของตนเอง ให้เกียรติคำสั่งใช้ของอัลเลาะฮ์ เพื่อไม่ให้ผลบุญของการถือศีลอดนั้นถูกลดทอนไปและจะเป็นการถือศีลอดที่ถูกตอบรับจากอัลเลาะฮ์ตะอาลา

4. อดทนในการขอดุอาต่ออัลเลาะฮ์ให้มากๆ เพราะอัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงโปรดผู้ที่วอนขอดุอาต่อพระองค์ ถึงแม้ว่าดุอานั้นจะขอซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขอดุอาให้อัลเลาะฮ์ทรงตอบรับการถือศีลอดและอะมัลอิบาดะฮ์ต่างๆ ที่ได้กระทำในเดือนร่อมะฎอน ซึ่งบางครั้งเราทำอิบาดะฮ์กันมากมายในโลกดุนยา แต่ในวันอาคิเราะฮ์นั้นอัลเลาะฮ์กลับไม่ตอบรับอิบาดะฮ์ที่ได้กระทำไป วัลอิยาซุบิลลาฮ์

ท่านลองพิจารณาในอัลกุรอาน ที่อัลเลาะฮ์ตะอาลาได้ทรงตรัสเกี่ยวกับนะบีย์ อิบรอฮีมกับท่านนะบีย์อิสมาอีล อะลัยฮิมัสสลามว่า

وَإِذْ يَرْفَعُ إِبْرَاهِيمُ الْقَوَاعِدَ مِنَ الْبَيْتِ وَإِسْمَاعِيلُ رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إِنَّكَ أَنْتَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ

“และในขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีลได้ทำการยกฐานของบัยตุลเลาะฮ์แล้วนั้น (ทั้งสองได้ขอดุอาว่า) โอ้ ผู้อภิบาลของเรา พระองค์โปรดทรงตอบรับจากเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์ทรงได้ยินยิ่ง อีกทั้งทรงรอบรู้ยิ่ง” อัลบะกอเราะฮ์ 127

อายะฮ์นี้บ่งชี้ว่า เมื่อทำการวางฐานที่จะสร้างสิ่งใด ก็ให้มีการขอดุอา และบ่งชี้ว่า ขนาดท่านนะบีย์อิบรอฮีมและท่านนะบีย์อิสมาอีลเป็นผู้ที่มีเกียรติอย่างยิ่ง ณ ที่อัลเลาะฮ์ แต่ท่านทั้งสองก็ยังทำการขอดุอาให้อัลเลาะฮ์ทรงตอบรับอะมัลของพวกเขา แล้วเราล่ะ ต้องอดทนขอดุอาให้พระองค์ทรงตอบรับอะมัลของเรายิ่งกว่านั้น

5 อดทนจากการไม่ปลดปล่อยเวลาให้ว่างอย่างไร้ประโยชน์ในช่วงสิบวันสุดท้ายของร่อมะฎอน

เพราะท่านหญิงอาอิชะฮ์ ได้กล่าวว่า

كَانَ النَّبِيُّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِذَا دَخَلَ الْعَشْرُ شَدَّ مِئْزَرَهُ وَأَحْيَا لَيْلَهُ وَأَيْقَظَ أَهْلَهُ

“เมื่อสิบวันสุดท้ายได้เข้ามาถึง ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ฟื้นฟู(ในการทำอิบาดะฮ์)ในตอนกลางคืนและท่านก็ผูกผ้านุ่งของท่านอย่างแน่น(เพื่อเอาจริงเอาจังในการอิบาดะฮ์) และปลุกครอบครัวของท่าน(ทำอิบาดะฮ์)” รายงานโดยอัลบุคอรีย์, หะดีษเลขที่ 2024.

ดังนั้น ความอดทนในการถือศีลอดนั้น อย่างน้อยมีอยู่ 3 ประการ อดทนในการทำความดี, อดทนในการยับยั้งความชั่ว, อดทนในการทดสอบจากอัลเลาะฮ์อันเนื่องจากมีความรู้สึกหิวกระหาย สำหรับผู้ถือศีลอดที่อดทนในการทำให้หัวใจไม่ลืมอัลเลาะฮ์ตะอาลาโดยมีความรู้สึกว่าพระองค์ทรงมองเขาอยู่เสมอนั้น นับว่าเป็นผู้ที่มีความอดทนในระดับสูง

ฉะนั้นหัวใจที่มีอดทนดังกล่าว อัลเลาะฮ์จะทรงตอบแทนด้วยพระองค์เองอย่างคณานับมิได้ ดังที่ท่านอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวรายงานว่า

سَمِعْتُ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ قَالَ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ كُلُّ عَمَلِ ابْنِ آدَمَ لَهُ إِلَّا الصِّيَامَ هُوَ لِي وَأَنَا أَجْزِي بِهِ

“ฉันได้ยินท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า อัลเลาะฮ์ อัซซะวะญัลล่า ทรงตรัสว่า ทุกอะมัลของลูกหลานอาดัมนั้น เป็นของเขา นอกจากการถือศีลอด มันเป็นของข้า และข้าจะตอบแทนเอง” รายงานโดยอัลบุคอรีย์, ฮะดีษเลขที่ 1904, และมุสลิม, ฮะดีษเลขที่ 161.

แสดงความคิดเห็น

ติดตามได้ทาง