การละหมาดตะรอวีหฺ ตอนจบ

วิเคราะห์สายรายงานละหมาด 8 ร็อกอะฮ์

สายรายงานของท่านญาบิร: ท่านอิบนุ คุซัยมะฮ์  ได้รายงานว่า

عَنْ عِيْسَى بْنِ جَارِيَةَ عَنْ جَابِرٍ بْنِ عَبْدِ اللهِ قَالَ : صَلَّى بِنَا رَسُوْلُ اللهُ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَ سَلَّمَ فِيْ رَمَضَانَ ثَمَانَ رَكَعاَتٍ وَالْوِتْرَ

“จากท่านอีซา บิน ญาริยะฮ์ จากท่านญาบิร บิน อับดิลลาฮฺ  เขากล่าวว่า  ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ละหมาดกับพวกเราในเดือนร่อมะฎอน 8 ร็อกอะฮ์และทำวิติร”

หะดีษนี้ฎ่ออีฟ  เพราะมีนักรายงานชื่อ อีซา บิน ญาริยะฮ์  ซึ่งบรรดาปราชญ์หะดีษหลายท่านกล่าวว่าเขานั้นฎ่ออีฟ  ท่านอะบูดาวูด และท่านอันนะซาอีย์กล่าวว่า  อีซา บิน ญาริยะฮ์นั้น “หะดีษเขาถูกทิ้ง” (مَتْرُوْكُ الْحَدِيْثِ) ท่านอิบนุอะดีย์ กล่าวว่า  “บรรดาหะดีษทั้งหมดของ อีซา บิน ญารียะฮ์นั้น ไม่ถูกรักษาไว้ (คือมีหะดีษที่รายงานขัดกับผู้ที่เชื่อถือได้มากกว่า)” ท่านอิบนุมะอีน กล่าวว่า “ณ ที่ อีซา บิน ญาริยะฮ์ มีหะดีษมุงกัรมาก (คือที่รายงานเพียงลำพังคนเดียวหรือมีหะดีษที่รายงานขัดแย้งกับผู้อื่น)”

สายรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา: ผู้ที่กล่าวว่าละหมาดตะรอวีหฺมี 8 ร็อกอะฮ์นั้น เพราะอ้างหลักฐานจากหะดิษท่านหญิงอาอิชะฮ์ที่ว่า

مَا كَانَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم يَزِيدُ فِي رَمَضَانَ وَلاَ فِي غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً ‏:‏ يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلاَ تَسْأَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ، ثُمَّ يُصَلِّي أَرْبَعًا فَلاَ تَسْأَلْ عَنْ حُسْنِهِنَّ وَطُولِهِنَّ، ثُمَّ يُصَلِّي ثَلاَثًا، قَالَتْ عَائِشَةُ رضى الله عنها فَقُلْتُ ‏:‏ يَا رَسُولَ اللَّهِ أَتَنَامُ قَبْلَ أَنْ تُوتِرَ قَالَ ‏:‏‏ يَا عَائِشَةُ إِنَّ عَيْنَىَّ تَنَامَانِ وَلاَ يَنَامُ قَلْبِي

“จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยละหมาดในเดือนร่อมะฎอนหรืออื่นจากเดือนร่อมะฎอนมากกว่า 11 ร็อกอะฮ์ ท่านละหมาด 4 ร็อกอะฮ์ และท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน แล้วท่านก็ละหมาดอีก 4  และท่านไม่ต้องถามถึงว่ามันสวยงามและยาวนานแค่ไหน  แล้วหลังจากนั้นท่านก็ละหมาดอีก 3 ท่านหญิงอาอิชะฮ์เล่าว่า ฉันได้กล่าวถามว่า โอ้ร่อซูลุลลอฮฺ ท่านจะนอนก่อนละหมาดวิติรหรือไม่? ท่านนบีกล่าวว่า โอ้อาอิชะฮ์ แท้จริงสองดวงตาของฉันนั้นหลับแต่จิตใจของฉันไม่หลับ”

ท่านชัยค์ อับดุลฆ่อฟูร อัลมะลีบารีย์  ได้กล่าวว่า “ผู้ที่นำหะดีษบทนี้ไปอ้างเป็นหลักฐานว่าละหมาดตะรอวีหฺมี 8 หรือ 11 ร็อกอะฮ์นั้น  เป็นการอ้างหลักฐานที่ใช้ไม่ได้  เพราะเป้าหมายของหะดีษนี้มิใช่ละหมาดตะรอวีหฺ  ดังที่ถ้อยคำของหะดีษระบุว่า (فِي رَمَضَانَ وَلاَ فِي غَيْرِهِ) “ไม่เคยละหมาดในร่อมะฎอนหรืออื่นจากร่อมะฎอน...”  เพราะละหมาดตะรอวีหฺเป็นละหมาดที่ทำเฉพาะในเดือนร่อมะฎอน  ส่วนละหมาดที่ทำทั้งในเดือนร่อมะฎอนและอื่นจากเดือนร่อมะฎอนนั้น  มิใช่ละหมาดตะรอวีหฺอย่างแน่นอน  เพราะถ้าหากหะดีษนี้กล่าวถึงละหมาดตะรอวีหฺ  ก็สามารถทำละหมาดตะรอวีหฺได้ในเดือนอื่นจากร่อมะฎอนเช่นกัน  แต่ไม่มีมุสลิมคนใดเคยกระทำมันเลยจวบจนถึงปัจจุบันนี้และไม่มีปราชญ์มุจญตะฮิดท่านใดกล่าวว่าละหมาดตะรอวีหฺมี 8 ร็อกอะฮ์ด้วยการอ้างหลักฐานจากหะดีษนี้...แต่ปราชญ์ส่วนใหญ่ของเรากล่าวว่า  เป้าหมายของหะดีษนี้ คือละหมาดวิติรที่เป็นซุนนะฮ์เน้นย้ำให้กระทำในทุกคืน  ซึ่งละหมาดวิติรที่สมบูรณ์ที่สุดมี 11 ร็อกอะฮ์”

ท่านอิหม่ามอันนะซาอีย์เองก็ ได้กล่าวบทว่าด้วยเรื่อง “จำนวนเท่าไหร่ของการละหมาดวิติร” ด้วยการรายงานหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮาเช่นกัน

ท่านอัลฮาฟิซฺ  อิบนุ หะญัร อัลฮัยตะมีย์  กล่าวเกี่ยวกับละหมาดวิติรว่า

أَكْثَرُهُ إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً لِلْخَبَرِ الْمُتَّفَقِ عَلَيْهِ عَنْ عَائِشَةَ وَهِىَ أَعْلَمُ بِحَالِهِ مِنْ غَيْرِهَا  ]مَا كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيْدُ فِىْ رَمَضَانَ وَلاَ فِىْ غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً [ إِنْتَهَى

“ละหมาดวิติรมากสุดมี 11 ร็อกอะฮ์เพราะมีหะดีษอัลบุคอรีย์และมุสลิม รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์  ซึ่งท่านนางรู้ถึงสภาพของท่านนะบีย์ดีกว่าผู้อื่น  ความว่า "ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ไม่เคยเพิ่มในเดือนร่อมะฎอนและอื่นจากร่อมะฎอนมากกว่าไป 11 ร็อกอะฮ์”

ท่านอัลคอฏีบ อัชชัรบีนีย์ กล่าวว่า

أَكْثَرُهُ إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً لِلأَخْبَارِ الصَّحِيْحَةِ  : مِنْهَا مَا كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيْدُ فِىْ رَمَضَانَ وَلاَ غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً

“มากสุดของละหมาดวิติร มี 11 ร็อกอะฮ์ เพราะมีบรรดาหะดีษที่ศ่อฮีหฺยืนยัน  ส่วนหนึ่งคือ “ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เพิ่มในเดือนร่อมะฎอนและอื่นจากร่อมะฎอน  มากไปกว่า 11 ร็อกอะฮ์”

ท่านอิมามอัลบัยญูรีย์  กล่าวว่า

أَكْثَرُهُ إِحْدَىَ عَشَرَةَ رَكْعَةً وَيَدُلُّ عَلَى ذَلِكَ  الأَخْبَاُر الصَّحِيْحَةُ كَخَبَرِ عَائِشَةَ : مَا كَانَ رَسُوْلُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَزِيْدُ فِىْ رَمَضَانَ وَلاَ غَيْرِهِ عَلَى إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً

“มากสุดของละหมาดวิติร มี 11 ร็อกอะฮ์ และสิ่งที่บ่งชี้ถึงสิ่งดังกล่าว คือบรรดาหะดีษศ่อฮีหฺ  เช่น หะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์  ความว่า "ท่านร่อซูลุลลอฮฺ  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เพิ่มในเดือนร่อมะฎอนและอื่นจากร่อมะฎอน มากไปกว่า 11 ร็อกอะฮ์”

ท่านอิหม่ามอันนะซาอีย์  ได้กล่าวรายงานหะดีษเกี่ยวกับวิธีการทำละหมาดวิติร 11 ร็อกอะฮ์ของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม อีกเช่นกันว่า

عَنْ زُرَارَةَ بْنِ أَوْفَى أَنَّ سَعْدَ بْنَ هِشَامِ بْنِ عَامِرٍ لَمَّا أَنْ قَدِمَ عَلَيْنَا أَخْبَرَنَا أَنَّهُ أَتَى ابْنَ عَبَّاسٍ فَسَأَلَهُ عَنْ وِتْرِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ أَلَا أَدُلُّكَ أَوْ أَلَا أُنَبِّئُكَ بِأَعْلَمِ أَهْلِ الْأَرْضِ بِوِتْرِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قُلْتُ مَنْ قَالَ عَائِشَةُ فَأَتَيْنَاهَا فَسَلَّمْنَا عَلَيْهَا وَدَخَلْنَا فَسَأَلْنَاهَا فَقُلْتُ أَنْبِئِينِي عَنْ وِتْرِ رَسُولِ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَتْ كُنَّا نُعِدُّ لَهُ سِوَاكَهُ وَطَهُورَهُ فَيَبْعَثُهُ اللَّهُ عَزَّ وَجَلَّ مَا شَاءَ أَنْ يَبْعَثَهُ مِنْ اللَّيْلِ فَيَتَسَوَّكُ وَيَتَوَضَّأُ ثُمَّ يُصَلِّي تِسْعَ رَكَعَاتٍ لَا يَقْعُدُ فِيهِنَّ إِلَّا فِي الثَّامِنَةِ فَيَحْمَدُ اللَّهَ وَيَذْكُرُهُ وَيَدْعُو ثُمَّ يَنْهَضُ وَلَا يُسَلِّمُ ثُمَّ يُصَلِّي التَّاسِعَةَ فَيَجْلِسُ فَيَحْمَدُ اللَّهَ وَيَذْكُرُهُ وَيَدْعُو ثُمَّ يُسَلِّمُ تَسْلِيمًا يُسْمِعُنَا ثُمَّ يُصَلِّي رَكْعَتَيْنِ وَهُوَ جَالِسٌ فَتِلْكَ إِحْدَى عَشْرَةَ رَكْعَةً يَا بُنَيَّ

“รายงานจากท่านซุรอเราะฮ์ บิน เอาฟา ความว่า  แท้จริงท่านสะอัด บิน ฮิชาม บิน อามิรนั้น ในขณะที่เขาได้มาหาพวกเรา  เขาได้เล่าให้พวกเราฟังว่า  เขาได้พบกับท่านอิบนุอับบาส แล้วถามเรื่องละหมาดวิติร  ท่านอิบนุอับบาสกล่าวว่า พึงทราบเถิด ฉันจะบอกให้ท่านทราบถึงบุคคลที่รู้ดีที่สุดในผืนแผ่นดินนี้เกี่ยวเรื่องการละหมาด
วิติรของท่านนะบีย์จะเอาไหม? เขาตอบว่า เอาครับ ท่านอิบนุอับบาส กล่าวว่า เขาคือ อาอิชะฮ์ ดังนั้น ฉัน(คือสะอัด บิน ฮิชาม) ถามว่า โอ้มารดาแห่งศรัทธาชน ท่านโปรดบอกให้ฉันทราบเกี่ยวกับการละหมาดวิติรของท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมด้วยเถิด ท่านนางจึงกล่าวว่า  เราได้ตระเตรียมไม้ถูฟันซิว๊ากให้แก่ท่านร่อซูลุลลอฮฺและตระเตรียมน้ำเพื่อใช้อาบน้ำละหมาด แล้วอัลลอฮฺก็ทรงให้ท่านร่อซูลุลลอฮฺตื่นตามที่พระองค์ทรงประสงค์ให้ตื่นขึ้นมาในยามค่ำคืน ดังนั้น ท่านร่อซูลุลลอฮฺจึงถูฟันด้วยไม้ซิว๊ากและอาบน้ำละหมาด หลังจากนั้นท่านได้ทำการละหมาด 9 ร็อกอะฮ์ โดยไม่นั่ง(พัก)ในระหว่างนั้นเลย นอกจากร็อกอะฮ์ที่ 8 ท่านได้นั่งทำการสรรเสริญอัลลอฮฺ ทำการซิกรุลลอฮฺ และขอดุอาอ์ หลังจากนั้นท่านได้ให้สลามหนึ่งครั้งจนทำให้เราได้ยิน หลังจากให้สะลาม ท่านได้ละหมาดร็อกอะฮ์ที่ 9 โดยท่านั่งและหลังจากนั้นท่านได้ทำละหมาดอีก 2 ร็อกอะฮ์ ดังนั้น สิ่งดังกล่าวจึงเป็น 11 ร็อกอะฮ์ โอ้ลูกน้อยเอ๋ย”

ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า

وَاَكْثُرُهُ إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً لِمَا رَوَتْ عَائِشَةُ رَضِيَ اللهُ عَنْهَا اَنَّ النَّبِيَّ صَلَّي اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ  كَانَ يُصَلِّي مِنَ الّلَيْلِ إِحْدَى عَشَرَةَ رَكْعَةً يُوْتِرُ فِيْهَا بِوَاحِدَةٍ

“มากสุดของละหมาดวิติร มี 11 ร็อกอะฮ์  เพราะมีหะดีษที่ท่านหญิงอาอิชะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา ได้รายงานว่า  แท้จริงท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม นั้น  ท่านได้ละหมาดยามค่ำคืน 11 ร็อกอะฮ์  โดยทำเป็นจำนวนคี่ด้วยหนึ่งร็อกอะฮ์”

ดังนั้นผู้ที่นำหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์มาเป็นหลักฐานละหมาดตะรอวีหฺ 11 ร็อกอะฮ์นั้น  มิใช่เป็นหลักฐานของละหมาดตะรอวีหฺโดยตรงที่ทำเฉพาะเดือนร่อมะฎอนและท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็มิได้บอกว่าเป็นละหมาดตะรอวีหฺ  แต่การนำมาเป็นหลักฐานละหมาดตะรอวีหฺ 11 ร็อกอะฮ์นั้น  เป็นเพียงแค่ทัศนะที่ผ่านความเข้าใจหรือการอิจญฺติฮาดเท่านั้นเอง  ซึ่งการอิจญฺติฮาดนั้นย่อมมีผิดและมีถูก  เราจะฟันธงไม่ได้ว่าฉันละหมาดตะรอวีหฺ 11 ร็อกอะฮ์เพราะทำตามท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  เพราะการอิจญฺมาอฺของศ่อฮาบะฮ์ในการทำละหมาดตะรอวีหฺ 20 ร็อกอะฮ์นั้น  ย่อมมีความชัดเจนและมีน้ำหนักมากกว่าในการกำหนดจำนวนร็อกอะฮ์ของละหมาดตะรอวีหฺ

และถ้าหากสายรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮ์กล่าวถึงละหมาดตะรอวีหฺจริง  แน่นอนว่าท่านหญิงอาอิชะฮ์จะไม่นิ่งเฉยในขณะที่ศ่อฮาบะฮ์ทำการละหมาดตะรอวีหฺ 20 ร็อกอะฮ์เนื่องจากไปขัดแย้งกับละหมาดตะรอวีหฺของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

อิหม่ามอัลบุคอรีย์กับหะดีษละหมาด 11 ร็อกอะฮ์

อาจจะมีผู้ที่กล่าวว่า  หะดีษท่านหญิงอาอิชะฮ์นั้นเกี่ยวกับเรื่องละหมาดตะรอวีหฺ  เพราะท่านอิหม่ามอัลบุคอรีย์ได้นำไปไว้ในบทที่ว่าด้วยเรื่องการละหมาดตะรอวีหฺ  คำตอบคือ  ท่านชัยค์อับดุลฆ็อฟฟาร อัลมะลีบารีย์  ได้กล่าวว่า “บางทีเป้าหมายที่ท่านอัลบุคอรีย์ได้นำหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ไปไว้ในบทเรื่องละหมาดตะรอวีหฺเพื่อยืนยันว่าท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่ได้ทำละหมาดตะรอวีหฺอีกหลังจากที่ท่านเกรงว่าจะเป็นฟัรฎูเหนือประชาชาติของท่าน  หลังจากนั้นท่านอัลบุคอรีย์ก็นำหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ที่ว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ไม่เคยละหมาดในเดือนร่อมะฎอนหรืออื่นจากเดือนร่อมะฎอนมากกว่า 11 ร๊อกอะฮ์”  ซึ่งหะดีษนี้เกี่ยวกับละหมาดวิติรไม่ใช่ละหมาดตะรอวีหฺ  กล่าวคือ  ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ทำการละหมาด
วิติร 11 ร็อกอะฮ์ทั้งในเดือนร่อมะฎอนและอื่นจากเดือนร่อมะฎอน

หากมีผู้กล่าวว่า  แม้จะเป็นละหมาดวิติรก็ตาม แต่หากทำในเดือนร่อมะฎอนเรียกว่าตะรอวีหฺหรือกิยามร่อมะฎอน  แต่ทว่าการกล่าวเช่นนี้ จะทำให้ละหมาดวิติรมีสองชื่อ  คือในเดือนร่อมะฎอนเรียกว่าตะรอวีหฺ  ส่วนเดือนอื่นเรียกว่าวิติร  และหากเป็นเช่นนั้นจริง  แน่นอนว่าการละหมาดวิติรในเดือนร่อมะฎอนด้วยการเหนียตเป็นละหมาดตะรอวีหฺ  ก็ถือว่าใช้ได้?!  ซึ่งเป็นหลักการที่ไม่มีปราชญ์มุจญตะฮิดท่านใดกล่าวไว้เช่นนี้  

และสิ่งที่มาตอกย้ำว่าสายรายงานของท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่าอยู่ในเรื่องละหมาดวิติรนั้น คือท่านอัลฮาฟิซฺ อิบนุ หะญัร  ได้นำหะดีษของท่านหญิงอาอิชะฮ์ดังกล่าวไปไว้ในหนังสือบุลูฆุลมะรอมของท่าน  ในหมวดหะดีษที่เกี่ยวกับเรื่องละหมาดวิติร

ท่านอิบนุกุดามะฮ์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ อัลมุฆนีย์ ว่า “รายงานถึงท่านอิมามอะลีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุว่า ท่านได้ใช้ให้คนหนึ่งทำการนำละหมาดผู้คนทั้งหลาย ในเดือนร่อมะฎอน 20 ร็อกอะฮ์ ดังกล่าวนี้ถือว่าเสมือนกับเป็นการอิจญ์มาอฺ (มติของศ่อฮาบะฮ์)” ท่านอิบนุกุดามะฮ์กล่าวอีกว่า “สิ่งที่บรรดาศ่อฮาบะฮ์ของท่านร่อซูลุลลอฮฺได้กระทำนั้น ย่อมดีกว่า และเหมาะสมยิ่งกว่าสำหรับการเจริญรอยตาม และได้มีรายงานว่า แท้จริง ท่านอะลีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เดินผ่านมัสยิดต่างๆ ซึ่งในมัสยิดเหล่านั้น มี(การจุด)ตะเกียงในเดือนร่อมะฎอน ดังนั้น ท่านอะลีย์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ขออัลลอฮฺโปรดทรงให้รัศมีสว่างแก่กุบูรของท่านอุมัร เหมือนกับกับที่พระองค์ทรงให้แสงสว่างกับบรรดามัสยิดของเรา”

และมัสยิดหะรอมที่มักกะฮ์และมะดีนะฮ์ ก็ทำการละหมาดตะรอวีหฺ 20 ร็อกอะฮ์ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะปฏิบัติตามแนวทางของท่านค่อลีฟะฮ์อุมัร ค่อลีฟะฮ์อุษมาน ค่อลีฟะฮ์อะลีย์ และการอิจญมาอฺ (มติ) จากการกระทำของบรรดาศ่อฮาบะฮ์

ทัศนะปราชญ์อัสสะละฟุศศอลิห์

มัซฮับของปราชญ์อัสสะละฟุศศอลิห์ส่วนใหญ่มีความเห็นพร้องกันว่าการละหมาดตะรอวีหฺนั้นมี 20 ร็อกอะฮ์

มัซฮับหะนะฟีย์

ท่าน อัซซะร็อคซีย์ ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องละหมาดตะรอวีหฺว่า “ละหมาดตะรอวีหฺนั้นมี 20 ร็อกอะฮ์ โดยไม่รวมละหมาดวิติรตามทัศนะของเรา และท่านอิหม่ามมาลิก ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า สุนัตในละหมาดตะรอวีหฺนั้นมี 36 ร็อกอะฮ์”

ท่านอัลลามะฮ์ อิบนุอาบิดีน กล่าวว่า “การละหมาดตะรอวีหฺ 20 ร็อกอะฮ์นั้นเป็นทัศนะของนักปราชญ์ส่วนใหญ่ และบรรดาผู้คนทั้งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกได้ยึดถือปฏิบัติ”

มัซฮับมาลิกีย์

ทัศนะที่เลื่องลือของมัซฮับมาลิกีย์นั้น สอดคล้องกับทัศนะของนักปราชญ์ส่วนใหญ่  ท่านอัลลามะฮ์ อัดดัรดีรกล่าวว่า “การละหมาดตะรอวีหฺในเดือนร่อมะฎอนนั้น มี 20 ร็อกอะฮ์ หลังละหมาดอิชาอฺ โดยให้สลามทุกๆ สองร็อกอะฮ์”

ท่านอิบนุรุชด์  ได้กล่าวว่า “ท่านอิหม่ามมาลิก ได้เลือกเฟ้นหนึ่งจากสองทัศนะของท่าน (ว่าละหมาดตะรอวีหฺมี 20 ร็อกอะฮ์)  ท่านอะบูหะนีฟะฮ์  ท่านอัชชาฟิอีย์  ท่านอะห์มัด  และท่านดาวูด ว่าละหมาดตะรอวีหฺมี 20 ร็อกอะฮ์ โดยไม่รวมวิติร”

ท่านอัลลามะฮ์อันนัฟรอวีย์ ได้กล่าวถึงความมีน้ำหนักของทัศนะนักปราชญ์ส่วนมากและกล่าวถึงอีกทัศนะหนึ่งของท่านอิหม่ามาลิกว่า “อัสสะละฟุศศอลิห์ ซึ่งพวกเขาคือบรรดาศ่อฮาบะฮ์ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุม ได้ทำการละหมาดในเดือนร่อมะฎอน ในสมัยของค่อลีฟะฮ์อุมัร อิบนุ ค็อฏฏ็อบ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ และด้วยคำสั่งใช้ของท่านให้มัสยิดต่างๆ ละหมาด 20 ร็อกอะฮ์ และยังเป็นทัศนะที่เลือกเฟ้นแล้วของท่านอิหม่ามอบูหะนีฟะฮ์  อิหม่ามอัชชาฟิอีย์  อิหม่ามอะห์มัด และปัจจุบันได้ยึดถือปฏิบัติบนทัศนะนี้ตามเมืองต่างๆ ทั่วไป...หลังจากนั้นสะลัฟในยุคต่อมา คือ สมัยของท่านอุมัร บิน อับดุลอะซีซ ได้ทำการละหมาดภายหลังจากนั้น 36 ร็อกอะฮ์ ก่อนละหมาดวิติร ... และทัศนะนี้ท่านอิมามมาลิกได้เลือกเฟ้นไว้ ซึ่งระบุไว้ในหนังสืออัลมุเดาวะนะฮ์ และท่านมาลิกนับว่าเป็นสิ่งที่ดี และชาวมะดีนะฮ์(ในสมัยนั้น)ได้ปฏิบัติกัน และส่วนหนึ่งจากผู้ตามอิหม่ามมาลิกได้ให้น้ำหนักทัศนะแรกที่ท่านอุมัร อิบนุ ค็อฏฏ็อบได้รวบรวมผู้คนทั้งหลายทำการละหมาด 20 ร็อกอะฮ์เพราะว่ามีการปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่องตามเมืองต่าง ๆ”

มัซฮับอัชชาฟิอีย์

ท่านอิมามอันนะวีย์ กล่าวว่า “มัซฮับของเราคือ การละหมาดตะรอวีหฺมี 20 ร็อกอะฮ์ 10 สลามโดยไม่รวมวิติร และดังกล่าวนั้นมี 5 การหยุดพัก และหนึ่งการหยุดพักแต่ละครั้งมี 4 ร็อกอะฮ์ ด้วย 2 สลาม นี้คือมัซฮับของเรา และทัศนะนี้ ยังเป็นทัศนะของท่านอบูหะนีฟะฮ์และสานุศิษย์ของท่าน ทัศนะของอิมามอะห์มัด  ทัศนะของอะบูดาวูด และท่านอื่น ๆ”

ท่านชัยคุลอิสลาม อิบนุหะญัร อัลฮัยตะมีย์ กล่าวว่า “การละหมาดตะรอวีหฺตามทัศนะของเราที่อื่นจากชาวมะดีนะฮ์นั้น มี 20 ร็อกอะฮ์ดังที่ได้นำมาปฏิบัติกันในสมัยของท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ เนื่องจากท่านอุมัรมีความเห็นว่าสมควรรวมผู้คนให้ละหมาดตามอิหม่ามคนเดียวกัน ดังนั้นบรรดาศ่อฮาบะฮ์จึงมีความเห็นพร้องกับท่านอุมัร และพวกเขาได้ทำการละหมาดวิติรหลังจากนั้น 3 ร็อกอะฮ์ และเคล็ดลับในการทำละหมาดตะรอวีหฺ 20 ร็อกอะฮ์นั้น คือละหมาดรอวาติบที่มุอักกะดะฮ์23อื่นจากเดือนร่อมะฎอนมี 10 ร็อกอะฮ์  ดังนั้นจึงเพิ่มอีก 1 เท่า ในเดือนร่อมะฎอน เพราะเป็นเดือนแห่งความขยันหมั่นเพียร และอนุญาตให้ชาวมะดีนะฮ์เท่านั้นทำการละหมาด 36 ร็อกอะฮ์เพราะอยู่ใกล้(กุบูร)ท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เพื่อเป็นการชดเชยแก่พวกเขาด้วยการเพิ่มอีก 16 ร็อกอะฮ์ต่อการฏ่อว๊าฟของชาวมักกะฮ์เจ็ดรอบในสี่ครั้ง  โดยช่วงระหว่างทุกการพักหนึ่งครั้งนั้นจะฏ่อว๊าฟเจ็ดรอบ”

ท่านอิมามอัรร็อมลี กล่าวว่า "ละหมาดตะรอวีหฺมี 20 ร็อกอะฮ์ 10 สลาม ในทุก ๆ คืนของเดือนร่อมะฎอนเพราะมีรายงานว่า บรรดาศ่อฮาบะฮ์ได้ทำการละหมาดในสมัยของท่านอุมัรในเดือนร่อมะฎอน 20 ร็อกอะฮ์ และอีกสายรายงานหนึ่งของท่านอิหม่ามมาลิกในหนังสืออัลมุวัฏเฏาะอ์ ระบุว่า 23 ร็อกอะฮ์  ซึ่งท่านอิมามอัลบัยฮะกีย์ได้รวม 2 รายงานนี้ว่า พวกเขาได้ทำละหมาดวิติรอีก 3 ร็อกอะฮ์”

มัซฮับฮัมบาลีย์

ท่าน อัลลามะฮ์ อิบนุกุดามะฮ์ อัลมุก๊อดดิซีย์ กล่าวว่า “ทัศนะที่ถูกเลือกเฟ้นตามทัศนะของท่านอะบีอับดิลลาฮฺ(คืออิมามอะห์มัด) - รอฮิมะฮุลลอฮฺ - เกี่ยวกับละหมาดตะรอวีหฺนั้น มี 20 ร็อกอะฮ์  และด้วยกับทัศนะนี้เป็คำกล่าวของท่านอัษเษารีย์ ท่านอบูหะนีฟะฮ์ ท่านอัชชาฟิอีย์ และท่านมาลิกกล่าวว่า มี 36 ร็อกอะฮ์  เพราะหยิบยกหลักการที่ว่ามันเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันมาก่อนหน้านั้นและท่านได้ยึดการกระทำของชาวมะดีนะฮ์”

ท่าน อิบนุตัยมียะฮ์กล่าวว่า “บรรดาอุลามาอ์ได้ขัดแย้งกันเกี่ยวกับจำนวนละหมาดในเดือนร่อมะฎอน เพราะแท้จริงได้รับการยืนยันว่าอุบัยย์ บิน กะอับ ได้ทำการละหมาดนำผู้คนทั้งหลาย 20 ร็อกอะฮ์ในการละหมาดกิยามร่อมะฎอน(ละหมาดตะรอวีหฺ) ดังนั้น มีนักปราชญ์มากมายเห็นว่า สิ่งดังกล่าวนั้นคือซุนนะฮ์ เพราะได้มีการกระทำขึ้นท่ามกลางเหล่ามุฮาญิรีนและอัลอันศอร โดยไม่มีผู้ใดให้การตำหนิคัดค้านเลย”

ท่าน ศาสตราจารย์ ชัยค์ อะลีย์ ญุมอะฮ์ มุฟตีแห่งประเทศอียิปต์ ได้กล่าวสรุปไว้ว่า “เรามีความเห็นว่า สิ่งที่บรรดานักปราชญ์ชั้นนำ บรรดาปวงปราชญ์และมัซฮับของนิติศาสตร์อิสลามทั้งหลาย ตั้งแต่ยุคสมัยที่ผ่านมา ทั้งยุคสะลัฟและค่อลัฟ ทั้งทิศตะวันออกจวบจนทิศตะวันตกนั้น มีทัศนะว่า การละหมาดตะรอวีหฺมี 20 ร็อกอะฮ์  ซึ่งเป็นซุนนะฮ์ที่ส่งเสริมให้กระทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ไม่ถึงขั้นวาญิบ ดังนั้น ผู้ใดที่ละทิ้ง ก็จะไม่ได้รับผลการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ และผู้ใดที่เพิ่มมากกว่า 20 ร็อกอะฮ์ย่อมไม่เป็นโทษอันใด และผู้ใดที่ทำละหมาดน้อยกว่า 20 ร็อกอะฮ์ก็ไม่เป็นโทษอันใด นอกจากสิ่งดังกล่าวนั้นจะถูกนับว่าเป็นเพียงแค่ กิยามุลลัยล์(ละหมาดยามค่ำคืน)เท่านั้น ไม่ใช่เป็นการละหมาดตะรอวีหฺที่กล่าวมาแล้วข้างต้น วัลลอฮุตะอาลาอะอฺลา วะอะอฺลัม”

ดังนั้นการละหมาดตะรอวีหฺนั้นถูกเจาะจงเฉพาะในเดือนร่อมะฎอน  มีรากฐานจากซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ แต่รูปแบบวิธีการเป็นของท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ หมายความว่า ประชาชาติอิสลามได้ดำเนินตามสิ่งที่ท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ และอิจญฺมาอฺของเหล่าศ่อฮาบะฮ์ ได้วางหลักการไว้ในการรวมผู้คนให้ทำการละหมาดตะรอวีห์ 20 ร็อกอะฮ์ในทุกคืนของเดือนร่อมะฎอน โดยมีท่านอุบัยย์เป็นอิมามนำละหมาด และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สั่งใช้ให้ยึดมั่นแนวทางของอัลคุละฟาอฺอัรรอชิดีนความว่า

مَنْ يَعِشْ مِنْكُمْ بَعْدِيْ فَسَيَرَى اِخْتِلاَفاً كَثِيْراً فَعَلَيْكُمْ بِسُنَّتِيْ وَسُنَّةِ الْخُلَفَاءِ الرَّاشِدِيْنَ الْمَهْدِيِّيْنَ عَضُّوْا عَلَيْهَا بِالنَّوَاجِذِ

“ผู้ใดจากพวกท่านมีชีวิตหลังจากฉัน  แล้วต่อไปเขาจะได้เห็นความขัดแย้งมากมาย  ดังนั้นจำเป็นบนพวกท่านต้องดำรงไว้ ด้วยซุนนะฮ์ของฉัน และแนวทางของบรรดาค่อลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรมที่เป็นผู้ได้รับทางนำ พวกเขาจงกัดแนวทางนั้นด้วยฟันกราม”

ฉะนั้น  การละหมาดตะรอวีหฺที่มีรากฐานจากซุนนะฮ์นะบีย์และมีรูปแบบวิธีการละหมาด 20 ร็อกอะฮ์ของท่านอุมัร ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุและอัลคุลาฟาอฺอัรรอชิดีน  ก็คือการตามซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมอย่างแท้จริงนั่นเอง

وَاللهُ تَعَالَى أَعْلَى وَأَعْلَمُ

แสดงความคิดเห็น

ติดตามได้ทาง